สงกรานต์ เอ้า สาดดดดดดด!!!!
posted on 14 Apr 2011 11:36 by pangpond51 in Diary




edit @ 14 Apr 2011 12:22:00 by OXY:) Pangpond^^





edit @ 14 Apr 2011 12:22:00 by OXY:) Pangpond^^
)
edit @ 10 Mar 2011 12:41:42 by OXY:) Pangpond^^
|
ใครๆ ก็คงจะไม่ปฏิเสธหรอกค่ะว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่งความเร่งรีบขนาดไหน รีบตื่นนอน รีบแต่งตัว รีบทานข้าว รีบไปทำงาน รีบประชุม รีบกลับบ้าน ชีวิตที่มีแต่คำว่ารีบเร่ง ที่เหลือก็คือผลลัพธ์ให้กับร่างกายและจิตใจด้วยคำว่าเหนื่อยล้า จนเราละเลยที่จะหันกลับมามองดูสิ่งรอบข้าง ความสัมพันธ์กับคนรอบกาย แม้กระทั่งการดูแลตัวของเราเองไปหรือเปล่า บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้ความเร่งรีบมาเป็นสิ่งบดบังความสวยงามที่มีอยู่รายรอบตัวเรา ส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลงตามไปด้วย นอกจากนี้การใช้ชีวิตที่เร่งรีบนั้น ยังเป็นสาเหตุของโรคที่ทางการแพทย์เรียกว่า Hurry Sickness Syndrome ซึ่งมักจะมีอาการหัวใจเต้นรัวและเร็ว ใจสั่น หายใจไม่ทันจนหอบ ส่งผลให้แขนขาหมดแรง รวมทั้งมีผลต่ออารมณ์ตามมา ทำให้เป็นคนใจร้อน ขี้โมโหเข้ากับผู้อื่นไม่ได้ ฉุนเฉียวง่ายกับเรื่องที่ไม่ทันใจ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคเครียด โรคไมเกรน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง
![]() เพราะฉะนั้นเทรนด์ใหม่ในการใช้ชีวิตให้ช้าลง Slow Living จึงเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งได้มีการตั้งกลุ่ม หรือสมาคมชะลอเวลาขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนหันไปตระหนักถึงการใช้ชีวิตที่ไม่เร่งรีบ สงบงาม และเรียบง่าย และมองเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตช้าๆ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทำอะไรที่เชื่องช้า หากแต่เป็นเรื่องของการเอาใจใส่ให้กับรายละเอียดของชีวิตเพิ่มมากขึ้น มองเห็นคุณค่าของชีวิต ใส่ใจกับคนรอบข้าง
นอก จากนี้การใช้ชีวิตให้ช้าลงนั้นจะทำให้คลื่นสมองช้าลงไปด้วย ซึ่งมีผลการวิจัยพบว่าคลื่นสมองที่ช้าลงนั้นสามารถทำให้สมองทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถส่งผลให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายดีขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าเราก็เป็นคนหนึ่งเช่นกันที่กำลังใช้ชีวิตแบบเร่งรีบสุด โต่งจนเป็นผลให้เกิดความเครียดถามหา ลองหันกลับมาใช้ชีวิตอย่างเนิบช้า ให้เวลากับตัวเองมากขึ้น กำหนดสติกับทุกสิ่งที่ทำอยู่ เพื่อสร้างสมดุลให้กับร่างกาย และจิตใจ ซึ่งจะนำมาสู่สุขภาพที่ดีขึ้น หลากหลายวิธีให้ชีวิตช้าลง • หายใจให้ช้าลง เป็นการเริ่มต้นการใช้ชีวิตให้ช้าลง โดยการผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ตั้งสติอยู่กับปัจจุบันเสมอ รู้สึกตัวว่ากำลังจะทำอะไรอยู่ตลอดเวลา จะช่วยทำให้ใจเย็นลง และมองเห็นปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้น • เปลี่ยนนาฬิกาชีวิตเสียใหม่ พยายามเข้านอนให้ตรงเวลาและไม่ดึกมาก เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และตื่นตั้งแต่เช้าตรู่อย่างสดชื่น และมีเวลาเพียงพอเพื่อเตรียมตัวทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่เร่งรีบ ![]() • เป็นเพื่อนกับธรรมชาติ หาเวลาว่างไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สวนสาธารณะบ้าง มองดูพื้นที่สีเขียวที่โปร่งโล่ง สบายตา หรือบรรยากาศผ่อนคลายรอบๆ ตัว
![]() • ถ้าปล่อยวาง ก็ผ่อนคลาย ไม่เก็บเรื่องที่ไม่สบายใจมาคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกวนเวียนอยู่ในหัว จะเป็นการเพิ่มความขุ่นมัวให้กับจิตใจ ปล่อยวางปัญหาลงบ้าง แล้วค่อยมองหาทางแก้ไข
![]() • กินอยู่อย่างเรียบง่าย ทำอาหารรับประทานเองอย่างง่ายๆ สะอาดและปลอดภัยไม่ต้องมีเครื่องปรุงรสมากนัก เพื่อจะได้รับรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร พร้อมทั้งเคี้ยวให้ช้าลงเพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น
• ออกกำลังกายอย่างช้าๆ เดิน วิ่ง หรือ โยคะ อย่างช้าๆ รวมทั้งกำหนดลมหายใจเข้าออก เพื่อการเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น ![]() • ใช้ชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ลองทำสิ่งต่างๆ เองบ้าง เช่น ปลูกต้นไม้เพื่อรอจนออกดอกแล้วนำไปใส่แจกัน หรือใช้บูชาพระ หรือปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทานเอง ใช้เวลาที่ต้องดูแลพืชผักเพื่อได้ใกล้ชิดกับตัวเอง และธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น งดน้ำอัดลมและเครื่องดื่มปรุงแต่งต่างๆ แล้วดื่มน้ำเปล่าตลอดวันเพื่อความสดชื่นของร่างกาย หรือใส่เสื้อผ้าเนื้อเบาสบาย ที่ไม่ต้องรีดดูบ้าง จริงๆ แล้วนั้นการใช้ชีวิตให้ช้าลงไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับสังคมเราสักเท่าไหร่ เพราะเป็นวิถีชีวิตไทยๆ ในอดีตที่เราคุ้นเคยกันดี เพียงแต่ถ้าเราหันกลับไปใช้ชีวิตให้ช้าลงบ้าง ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้มากขึ้น ก็จะสามารถทำให้สุขภาพร่างกาย และจิตใจดีขึ้นตามมาค่ะ ![]() |
edit @ 2 Mar 2011 13:25:17 by OXY:) Pangpond^^

แผลสด แผลเปื่อย แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เป็นหนอง พุพอง ใช้เย็นเตร็กซ์ แค่ชื่อเย็น ก็มีผลกับจิตใจได้จริงๆ ไม่น่าเชื่อ .. เจ้าของเดียวกับ "โทนาฟ"
2. กินเย็นตาโฟ
ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อ.... งี้ ต้องลอง
3. อย่าเล่นกับไฟ
ไฟมันร้อน อีกทั้งการเล่นกับไฟเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยง แต่ถ้าต้องการหาอะไรมาเล่นจริงๆ แนะนำให้ช่วงนี้เล่นของสูงแทน อย่างที่รู้กันว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว การเล่นของสูงน่าจะช่วยคุณได้ (ยกเว้นกรณีการเล่นไฟเย็น ซึ่งแม้ไม่ช่วยให้เย็นขค้นแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้ได้ทำให้ร้อน)
4. กางๆ หุบๆ ร่ม
ตอนกางยังไม่เท่าใหร่ แต่ลงสังเกตตอนหุบร่ม จะมีลมเบาๆ ใต้ร่ม ถ้าอยากได้ลมแรงๆ ก็ต้องหุบร่มแรงๆ
5. งดใส่เสื้อแขนยาว เสื้อกันหนาว รวมถึงการใช้ผ้าพันคอ
แม้ ว่าแทรนจากลอนดอน แป..รีส หรือ นิวย๊อร์ค กำลังมาแรง แม้ว่าสวมใส่จะดูดี มีชาติตระกูล แต่จงอย่าลืมว่า คุณอยู่เมืองไทย ไทยแล่นด์ ที่เป็นเมืองร้อน ที่สำคัญ ฤดูร้อนเมืองเค้า บางทียังเย็นกว่าฤดูหนาวบ้านเราอีกนะ
6. ทานผงชูรสต่างข้าว
เชื่อกันว่า การกินผลชูรสมากๆ จะช่วยให้ผมร่วง และอาจถึงหัวล้านได้ในที่สุด ซึ่งจะช่วยคลายร้อนได้โดยไม่ต้องเสียเวลาตัดผมอีกต่อไป แต่ระวังอาการน้อยใจที่จะตามมาด้วยนะค๊า
7. ฟังเพลงของไอซ์ ศรัญญู
แค่ชื่อก็เย็นแว้วว ประกอบกับเสียงนุ่มๆ หน้าหวานๆ ของพี่ไอซ์ ที่แม้จะทำให้หัวใจของใครหลายคนต้องละลาย แต่เวลาได้ยินเพลงของพี่ไอซ์ทีไร เรากลับรู้สึกเย็นสบาย ไม่เหมือนใคร
8. เป็นทอง
จะได้ไม่รู้ร้อน
9. ก่อหนี้
ใครไม่เคยให้ลองดู แล้วจะรู้... level ความหนาวก็ไล่ไปตามความเก๋า ของสถาบันเจ้าหนี้ คิคิ..
10. อั้นขี้ (ขออภัย ที่ใช้คำมิสุภาพ)
ต่อ ให้อากาศจะอบอ้าวแค่ไหน เมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณจะยะเยือกจนขนลุก และขนลุก เป็นระลอกๆ เกิดเป็นความหนาวแปลกๆ ชนิดหนึ่ง สันนิษฐานว่า อาการเช่นนี้เองที่เรียกกันว่า ..หนาวขี้!!

edit @ 28 Feb 2011 16:08:25 by OXY:) Pangpond^^
edit @ 26 Feb 2011 14:34:57 by OXY:) Pangpond^^
|
|
พอดีไปอ่านเจอใน......(ไหนก้ไม่รุ..จำไม่ได้) ขำๆดี ลองอ่านกันดูนะ
เรื่องมีอยู่ว่า กระผมซึ่งได้โดยสารรถตู้ที่ทำการปรับแต่งอย่างดี
ด้วยการอัดทุกพื้นที่ให้เป็นเงิน จากรถตู้ที่จุได้ 12 คน
หลังจากModify แล้วทำให้สามารถจุคนได้เพิมขึ้นเป็น 15คนครึ่งอย่างน่าอัศจรรย์
ทำไมต้อง 15 คนครึ่ง คำตอบก็คือ อีกครึ่งคนนั้นนั่งได้เพียงครึ่งตรูด โดนเบียดแบนแต๊ดแต๋อยู่ใกล้ประตู
ใครนั่งตรงนี้คงคิดน้อยเนื้อต่ำใจ กุก็จ่ายเท่าเขา ทำไมต้องได้นั่งครึ่งตรูด
ถ้าคิดชั้นครึ่งราคาชั้นจะไม่มาโอดครวญให้เปลืองน้ำลายเลย
เข้าเรื่อง.................
ผมนั่งรถตู้ไปราม และโชคดีที่ได้นั่งที่ที่ได้สาธยายมาแล้วข้างต้น และก็แอบคิดน้อยเนื้อต่ำใจไปแล้วด้วย
แต่นั่นยังซวยไม่พอ ข้างหลังเราอย่าไปสนใจ เพราะส่วนใหญ่นั่งฟังเพลงกันทั้งนั้น
มาว่ากันที่แถวของผม แถวที่เกิดปัญหา
แถวผมปกตินั่งได้สามคน แต่หลังจากเจ้าของรถตู้เห็นว่า ไอ้ที่เท่าหอยปลวกนั่น
สามารถทำเงินให้เขาได้ เขาจึงจัดไปอย่าให้เสีย สี่คน
คนแรกคือผม ซึ่งขอเรียกตัวเองว่า มนุษย์ผู้นั่งทับที่หอยปลวก
คนที่สองชายใส่แว่นที่ดูไร้พิษสง
คนที่สามสาวน้อยที่ปรุงแต่งตัวเองจนเกินมนุษย์มนา
คนที่สี่ แฟนหนุ่มของสาวน้อยที่เคลิบเคลิ้มไปว่าตัวเองคือ เต้ยจริญพร
บทสนทนาเริ่มต้นขึ้นทันทีที่ผมขึ้นไปนั่ง
"ทำไมต้องไปด้วย" น้องเต้ยงอน
"ไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว" ผู้ชายพูด
"จะรู้ได้ไงว่าไม่ได้เที่ยว" แน่ะ ยังเรื่องเยอะอีก
"ไว้ใจกันบ้างสิ เขาจะไปรักใครได้ ตัวเองน่ารักขนาดนี้" บ๊ะ ไอ่หนุ่มนี่ไม่เบาๆ ประโยคนี้ทำให้ผมต้องแกล้งเอียงขวาทำเป็นเมื่อยคอ เพื่อที่จะได้ยลโฉมน้องนาง
..................เมื่อพลันเห็นหน้าก็ต้องหันหน้ากลับมา ก้มหน้านิ่งพร้อมกับเกิดคำถามขึ้นในใจ
"ไม่รู้หล่ะ ยังไงก็จะไปด้วย" ยังไม่ยอม แหม...
"ไปไม่ได้ก็บอกว่าทำงานไง" ผู้ชายเริ่มหงุดหงิดน่าจะเถียงกันมาก่อนหน้านี้ แหม๊ เสียดาย น่าจะนั่งรถมอไซค์ขี่ย้อนไปสักสามสี่ป้าย จะได้รู้ปฐมบทของเรื่องนี้
น้องเต้ยนั่งสะดีดสะดิ้ง สะบัดไปมาหลุกหลิกๆ จนไปกระแทกผู้ชายใส่แว่นที่นั่งใกล้ๆ หลายทีจนพี่เขาเขยิบมาเบียดกุอีก
"เดี๋ยวก็ไปยุ่งกับอีเก๋อีกละสิ" หน้าเป็นตรูดและ น้องเต้ยมาในชุดขาสั้นสีเขียว เล็บสีเขียว นี่สังเกตุหมดนะนี่ แกล้งใส่หูฟังฟังเพลงไปอย่างนั้นแหละ แต่จริงๆ น่ะ ปิดเสียงตั้งแต่เถียงกันแล้ว 555
"เก๋ไหนอีกหล่ะ วันก่อนก็อุ้ม วันนู้นก็มิ้งค์" ผู้ชายว่า
"ก็บอลเจ้าชู้นิ มีแต่พวกผู้หญิงชอบมากาะแกะ" ผมแกล้งเหลือบไปมองอีกที
ก่อนจะหันมาก้มหน้านิ่ง คำถามที่สองเกิดขึ้นในใจ
"โอ้ย ผัวมรึงหล่อตายห่าแล้วหละ" เออ ผู้ชายเหมือนรู้ตัว ชักมันส์ๆ
"ทำตัวงี่เง่า" ประโยคที่หลายๆ คนคุ้นเคย
แล้วทั้งคู่ก็เถียงกันมาตลอดทาง จากแรกๆ เสียงกระซิบกระซาบ ตอนนี้เริ่มดังขึ้น
"เมิงขนของออกจากห้องกุเลยนะ" อันนี้ผู้หญิงว่า
"ห้องกุ" อ่าผู้ชายสวนไปสองคำ ผู้หญิงจุก เธอขยับตัวไปกระแทกพี่แว่นอีก
"ห้องมรึงแต่กูจ่ายค่าห้อง" เถียงกันดังขึ้นๆ
"เมิงมันเห็นแก่ตัว ทีจะเอากุนะบอกอย่างนู้นอย่างนี้ ถุย" อ่าว เธอถุยมาที่พี่แว่น ที่ตอนนี้นั่งจะขี่ผมอยู่แล้ว
"เบาๆ สิ อายคน" ผู้ชายเริ่มอายแต่ผมเริ่มมันส์ จริงๆ ผู้หญิงด่าอีกเยอะมาก เสียงดังบ้างเบาบ้าง ทำเหมือนกับในรถตู้ บนถนนลาดพร้าว กลางกรุงเทพ ในประเทศไทย ทวีปเอเชีย บนโลกนี้ มีแค่ม??นสองตัว!!!! (ขอโทษสำหรับคำหยาบครับ)
" อายทำไม จะอายทำไม หมาทั้งนั้น" นี่แหละประโยคเด็ด ผมอึ้งกิมกี่ไปเลย กล้าพูดออกมาได้ยังไง คนอื่นเขาจะรู้สึกยังไงไม่รู้ แต่ผมแค้น
" น้องครับ เป็นผู้หญิงน่ะ อย่าแล๋นให้มันมากนัก" ทีนี้พี่ผู้ชายคนที่นั่งติดกับแม่นางก็พูดไป สงสัยพี่แกหมดความอดทน
"แล้วมายุ่งอะไรด้วย แฟนเขาทะเลาะกัน" ประโยคหากิน
"ทะเลาะกันพี่ไม่ว่า แต่พี่ว่า พวกพี่เป็นหมานี่มันไม่สวยนะ"
"ไม่ได้ว่าใคร ใครจะรับก็รับไป" ผู้หญิงแร๊ง แต่ผู้ชายทำหน้าเอือม
"พี่ไม่อยากทำร้ายผู้หญิงนะ"
ตอนนี้บรรยากาศในรถเงียบกริบ รถติดแหง๊กอยู่ก่อนจะถึงโชคชัย4
"หน้าตัว ......เมีย" สุดยอดมั๊ยครับ คุณคิดกันบ้างมั๊ยว่าจะมีผู้หญิงแบบนี้อยู่ในโลก
พี่แว่น ฮีโร่ของผมผู้เป็นตัวแทนด้านมืดในจิตใจผม ได้หมดความอดทน
"ลงไป ลงไปให้หมด" คนขับรถตู้ไล่ สงสัยแกจะรำคาญ ผมทำหน้าแบ๊วสุดชีวิต ส่งสายตาไปหาพี่เค้า "หนูไม่เกี่ยวน๊า"
พี่แว่นแกเลยลงไป ก่อนจะดึงแขนน้องผู้หญิงลงไปด้วย ผมอ่ะซ๊วยซวย กระโดดลงแทบไม่ทัน
"เมื่อกี้ว่ายังไง หา" พี่แว่นตวาดลั่นเลย ดีที่ตรงนั้นไม่มีคน น้องผู้หญิงก็ทำท่ากวนๆ อ่ะนะ แฟนเขาก็โดนไล่ลงมาด้วย
ผมขึ้นมานั่งบนรถ แต่ด้วยความอยากรู้ จึงแกล้งเปิดประตูรถแอบฟัง คนทั้งรถตู้ที่ตอนแรกใส่หูฟัง ตอนนี้พร้อมใจกันถอดออกหมด 555
"ว่าไง เมื่อกี้ด่าใคร" "ใครจะรับก็รับไปสิ" ทำหน้ากวนอีกเขาจะต่อยเอาแล้ว ผมงี้ หืออออออ
"มรึงอยากโดนดีใช่มั๊ย ห๊า" ประมาณนี้แหละ ไม่ค่อยได้ยิน แต่พี่แว่นเขาผลักน้องนั้นเซไปเลยอ่ะครับ น้องมันก็ตกใจ แต่ก็ยังกล้าอยู่
ยังจะพุ่งไปตบเขา แต่พี่แว่นแกง้างหมัดแล้ว น้องมันเลยชะงัก แล้วก็ถอยไปเกาะแขนผู้ชาย ประมาณว่า "เฮ้ยช่วยกุหน่อยสิ"
แต่ขอโทษครับ จังหวะนี้พี่แว่นแกดุดัน เอาจริง แฟนหนุ่มหุ่นยังกับจิ้งจกโดนประตูหนีบสิบสองทีแบบนี้ไม่รอดแน่ๆ ถ้าโดนพี่แว่นเล่นงานน่ะ
"เรื่องของ มรึง กุเตือนแล้ว" โหว อย่างแมน คดีพลิก มันส์ยิ่งกว่าละคร ไทรโศก
ผู้ชายสะบัดแขนไร้เยื่อไย ก่อนจะโบกมอไซต์รับจ้าง แผ่นแน๊บทิ้งให้ผู้หญิงยืนงงเป็นไก่ตาแตก
"จะเอาไง ยังจะปากดีอีกรึป่าว" พี่แว่น
"............." ไม่พูดๆ กลัวๆ
"จะขอโทษดีๆ หรือจะขอโทษทั้งเลือดกลบปาก" พี่แว่น มีล๊อคอินในพันธ์ทิพย์มั๊ย 555
น้องเต้ยที่ตอนนี้ตัวคนเดียว ฤทธิ์เดชเลยลดลงฮวบฮาบ ทำหน้าเจื่อนๆ
ก่อนจะพูดขอโทษแบบขอไปทีอ่ะนะ ไอ้ขอโทษนะไม่เท่าไหร่
แต่ไอ้ที่ขำนี่ น้องเต้ยดันยกมือไหว้แล้วถอนสายบัวด้วยนี่สิ ขำอ่ะ สงสารก็สงสารนะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง
เมื่อกี้น้องก็ด่าพี่เสียสะดุ้งทีเดียว ในรถตู้ผู้หญิงก็ค่อนคัน แต่ไม่มีใครช่วยซักกะคน
รถตู้ค่อยๆ หมุนล้อไป ทิ้งคนทั้งคู่ไว้เบื้องหลัง ผมขยับมานั่งตรงกลาง
ที่นั่งด้านหน้าเป็นของเรา แอร์เต็มๆ ที่กว้างๆ นั่งไขว่ห้าง เคลิ้ม
ป.ล. เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ชาย (บางคน...ย้ำ...บางคน) พึ่งพาไม่ได้ไปเสียทุกอย่างหรอกนะจ๊ะ สาวๆ

![]() |
||
![]() |
||
![]() |
||
![]() |
||

หลังจากที่ ข่าวลือ แพร่กระจายไปทุกประเทศทั่วโลก เกี่ยวกับ การปิดตัวลงของ Facebook.com
ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2011 นั้น. ข่าวลือ ได้แพร่กระจายไปยัง Social Network
ต่างๆ เช่น Twitter, Facebook, Website ข่าว, Blog ส่วนตัว และ สื่อต่างๆ ทั่วโลก. ทุกคน
ที่เป็น Fan Facebook และใช้งานอยู่เป็นประจำทุกวัน ต่างพากันตกอกตกใจ และพยายาม Download
รูปของตัวเอง ออกมาจาก website และบางคนถึงกับ ปิด account ตัวเองไปเลยก็มี

” เราไม่ได้ แม้แต่ โน๊ต ซักชิ้นจากทางบริษัท ว่า Facebook จะปิดตัว วันที่ 15 มีนาคม นี้
และอันที่จริงแล้ว เรายังมี แผนการในอนาคตที่ต้องทำอีกเยอะมาก ” โฆษก Facebook
กล่าว. Larry Yu ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารธุรกิจ กล่าวว่าต่อ เวปไซด์ Mashable ว่า
” ไม่ เราไม่ปิดตัวอย่างแน่นอน และช่วยกรุณากำจัดข่าวลวงนี้ ไปที “.
อย่างไรก็ดี สำหรับ ข่าวลือนี้ทำทำให้ทุกคนเชื่ออย่างฝังใจ เพราะ ด้วยบุคคลิกของ Zuckerberg
เองที่อาจจะเคยได้ดูผ่านในภาพยนตร์เรื่อง “Social Network” และ ” False Report ” ที่แน่นหนา
จาก หลายๆ website ไม่ว่าจะเป็น เรื่องคำพูดจากการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ กับ Mark และ
มาร์คกล่าวว่า ” หากไม่มี Facebook ก็คงจะดี เพราะผู้คนก็จะสามารถออกไป เจอหน้าเพื่อนๆได้ “
ข่าวลือเรื่อง Facebook ปิดตัวนั้นมีต้นกำเนิดมาจาก สำนักข่าว ที่มีชื่อว่า Weekly World News
ซึ่ง สำนักนี้มี ชื่อเสียง (เสีย) มาแล้วในอดีตเกี่ยวกับการปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับ มนุษย์ต่างดาวบุกโลก
และ ข่าวลือผิดๆ เกี่ยวกับดารา Hollywood. และ Weekly World News นั้น เป็นต้นกำเนิด ข่าว
ที่เกี่ยวกับ Zuckerberg ว่า FACEBOOK ทำลายชีวิตเค้า และตัดสินใจที่จะปิด Website ดังกล่าว.

ทีนี้หลายๆที่เป็นแฟนfacebookคนคงสบายใจได้แล้วนะคะ เพราะfacebookจะไม่มีการปิดให้บริการอย่างแน่นอน(ก็แหม ผู้บริหารได้เงินมากมายมหาศาลขนาดนั้น จะให้ปิดได้ยังไงกันล่ะ จิงมั้ย.....
)





edit @ 22 Feb 2011 17:57:43 by 3PM Ne-ko Pangpond
