สงกรานต์ เอ้า สาดดดดดดด!!!!

posted on 14 Apr 2011 11:36 by pangpond51  in Diary
หลายคนมักจะถามว่า"สงกรานต์ไปไหนนนนน"  คงตอบไม่ได้นะคะ เพราะไม่ใช่แอฟทักษอร คริคริ><
 
สงกรานต์
ปีนี้คงคึกคักเปนพิเศษ
เพราไม่มีปัญหาวุ่นวายทางการเมือง -..-
แต่สำหรับทางสถานการณ์น้ำท่วมทางภาคใต้ที่ไม่ค่อยมีใครเล่นน้ำกันสักเท่าไร 
เพราะมีหลายสิ่งให้ต้องเปนห่วง
ก็คงไม่อยากจะเล่นน้ำกันหรอกเนอะ
ยังไงก็เปนกำลังให้นะคะ^^
เราคนไทยด้วยกัน ก็ช่วยๆกันไป
มาเข้าเรื่องเลยดีกว่า......
 
สงกรานต์ สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ การรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุMoney mouth
 
แต่สิ่งแรกที่คนสมัยนี้คิดถึงเป็นอันดับแรกก้คือ
เล่นน้ำSurprised
 
และสีสันของวันสงกรานต์ที่แม้แต่คนที่อยู่บนรถจะต้องลงมาดูก้คือ
สาวประเภทสองที่ออกมาเต้นโชว์สเตปแดนซ์อยู่บนถังน้ำบ้าง รถบ้าง
และยัง....ใส่แค่บิกินี กับกางเกงขาสั้นจุ๊ด Undecided
 
ทำให้หลายคนวิพากวิจารณ์กันว่า
มันจะทำให้ประเพณีสงกรานต์ของไทย
"เสื่อม"
มั้ย
 
และ
ทุกปีต้องมีอุบัติเหตุบนถนน
เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
 
ถ้ายิ่งเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ก็คงไม่ดีจิงมั้ยล่ะ
 
เพราะงั้นก้
เล่นให้พอประมาณก็แล้วกัน และก็ อย่าประมาทนะจ๊ะ^^
 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 
 
 
ปีใหม่ไทยทั้งที
ก็ไปกราบท่านผู้ใหญ่ผู้สูงอายุบ้าง  ไปรดน้ำดำหัวท่านสักนิด 
อย่ามัวแต่เล่นน้ำจนเพลินล่ะ --;
แค่นี้ท่านก็ชื่นใจแล้วCool
 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ขอให้ทุกคน
มีความสุขมว๊ากๆในวันสงกรานต์นะ
เล่นน้ำกันให้สนุกนะค๊า
สุขสันต์วันสงกรานต์จ้าาาาาาาาาEmbarassed
 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


edit @ 14 Apr 2011 12:22:00 by OXY:) Pangpond^^

เฮ้อ!!  หายไปตั้งหลายวัน ไม่ได้อัพเอนทรีใหม่ๆมานานและ
ปิดเทอมแล้วคิดถึงเพื่อนๆจัง  อยู่บ้านก็เหงา เบื่อ เซ็ง!!!  แถมลิเวอร์พูลยังชนะแมนยูอีก
(เกี่ยวมั้ยเนี่ย แหะๆ)
 ไปเจอรูปนึง  ศิลปินไทยทำเองด้วยน้า  เหมือนกับที่เค้าพูดกันว่า  ฝีมือคนไทย ไม่เเพ้ชาติใดในโลก
 
CG สุดสวย งานดีๆ ฝีมือศิลปินไทย Sinad Jaruartjanapat
 
สวยไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย  ผสมกันระหว่างไทย ญี่ปุ่นนิดๆ  ฝรั่งหน่อย แล้วก้ บลาๆๆๆ (55มั่วเอา)
 


edit @ 10 Mar 2011 12:41:42 by OXY:) Pangpond^^

 
       ใครๆ ก็คงจะไม่ปฏิเสธหรอกค่ะว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่งความเร่งรีบขนาดไหน รีบตื่นนอน รีบแต่งตัว รีบทานข้าว รีบไปทำงาน รีบประชุม รีบกลับบ้าน ชีวิตที่มีแต่คำว่ารีบเร่ง ที่เหลือก็คือผลลัพธ์ให้กับร่างกายและจิตใจด้วยคำว่าเหนื่อยล้า จนเราละเลยที่จะหันกลับมามองดูสิ่งรอบข้าง ความสัมพันธ์กับคนรอบกาย แม้กระทั่งการดูแลตัวของเราเองไปหรือเปล่า  บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้ความเร่งรีบมาเป็นสิ่งบดบังความสวยงามที่มีอยู่รายรอบตัวเรา ส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลงตามไปด้วย นอกจากนี้การใช้ชีวิตที่เร่งรีบนั้น ยังเป็นสาเหตุของโรคที่ทางการแพทย์เรียกว่า Hurry Sickness Syndrome ซึ่งมักจะมีอาการหัวใจเต้นรัวและเร็ว ใจสั่น หายใจไม่ทันจนหอบ ส่งผลให้แขนขาหมดแรง รวมทั้งมีผลต่ออารมณ์ตามมา ทำให้เป็นคนใจร้อน ขี้โมโหเข้ากับผู้อื่นไม่ได้ ฉุนเฉียวง่ายกับเรื่องที่ไม่ทันใจ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคเครียด โรคไมเกรน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง 
                                                           
    เพราะฉะนั้นเทรนด์ใหม่ในการใช้ชีวิตให้ช้าลง Slow Living จึงเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งได้มีการตั้งกลุ่ม หรือสมาคมชะลอเวลาขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนหันไปตระหนักถึงการใช้ชีวิตที่ไม่เร่งรีบ สงบงาม และเรียบง่าย และมองเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตช้าๆ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทำอะไรที่เชื่องช้า หากแต่เป็นเรื่องของการเอาใจใส่ให้กับรายละเอียดของชีวิตเพิ่มมากขึ้น มองเห็นคุณค่าของชีวิต ใส่ใจกับคนรอบข้าง
นอก จากนี้การใช้ชีวิตให้ช้าลงนั้นจะทำให้คลื่นสมองช้าลงไปด้วย ซึ่งมีผลการวิจัยพบว่าคลื่นสมองที่ช้าลงนั้นสามารถทำให้สมองทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถส่งผลให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายดีขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าเราก็เป็นคนหนึ่งเช่นกันที่กำลังใช้ชีวิตแบบเร่งรีบสุด โต่งจนเป็นผลให้เกิดความเครียดถามหา ลองหันกลับมาใช้ชีวิตอย่างเนิบช้า ให้เวลากับตัวเองมากขึ้น กำหนดสติกับทุกสิ่งที่ทำอยู่ เพื่อสร้างสมดุลให้กับร่างกาย และจิตใจ ซึ่งจะนำมาสู่สุขภาพที่ดีขึ้น

หลากหลายวิธีให้ชีวิตช้าลง
 


• หายใจให้ช้าลง เป็นการเริ่มต้นการใช้ชีวิตให้ช้าลง โดยการผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ตั้งสติอยู่กับปัจจุบันเสมอ รู้สึกตัวว่ากำลังจะทำอะไรอยู่ตลอดเวลา จะช่วยทำให้ใจเย็นลง และมองเห็นปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้น
 
                                                         

• เปลี่ยนนาฬิกาชีวิตเสียใหม่ พยายามเข้านอนให้ตรงเวลาและไม่ดึกมาก เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และตื่นตั้งแต่เช้าตรู่อย่างสดชื่น และมีเวลาเพียงพอเพื่อเตรียมตัวทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่เร่งรีบ
 
                                                        
• เป็นเพื่อนกับธรรมชาติ หาเวลาว่างไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สวนสาธารณะบ้าง มองดูพื้นที่สีเขียวที่โปร่งโล่ง สบายตา หรือบรรยากาศผ่อนคลายรอบๆ ตัว 
                                                         
• ถ้าปล่อยวาง ก็ผ่อนคลาย ไม่เก็บเรื่องที่ไม่สบายใจมาคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกวนเวียนอยู่ในหัว จะเป็นการเพิ่มความขุ่นมัวให้กับจิตใจ ปล่อยวางปัญหาลงบ้าง แล้วค่อยมองหาทางแก้ไข  
                                                        
• กินอยู่อย่างเรียบง่าย ทำอาหารรับประทานเองอย่างง่ายๆ สะอาดและปลอดภัยไม่ต้องมีเครื่องปรุงรสมากนัก เพื่อจะได้รับรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร พร้อมทั้งเคี้ยวให้ช้าลงเพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น
                                                         

• ออกกำลังกายอย่างช้าๆ เดิน วิ่ง หรือ โยคะ อย่างช้าๆ รวมทั้งกำหนดลมหายใจเข้าออก เพื่อการเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น
                                               

• ใช้ชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ลองทำสิ่งต่างๆ เองบ้าง เช่น ปลูกต้นไม้เพื่อรอจนออกดอกแล้วนำไปใส่แจกัน หรือใช้บูชาพระ หรือปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทานเอง ใช้เวลาที่ต้องดูแลพืชผักเพื่อได้ใกล้ชิดกับตัวเอง และธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น งดน้ำอัดลมและเครื่องดื่มปรุงแต่งต่างๆ แล้วดื่มน้ำเปล่าตลอดวันเพื่อความสดชื่นของร่างกาย หรือใส่เสื้อผ้าเนื้อเบาสบาย ที่ไม่ต้องรีดดูบ้าง

จริงๆ แล้วนั้นการใช้ชีวิตให้ช้าลงไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับสังคมเราสักเท่าไหร่ เพราะเป็นวิถีชีวิตไทยๆ ในอดีตที่เราคุ้นเคยกันดี เพียงแต่ถ้าเราหันกลับไปใช้ชีวิตให้ช้าลงบ้าง ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้มากขึ้น ก็จะสามารถทำให้สุขภาพร่างกาย  และจิตใจดีขึ้นตามมาค่ะ
                                                          

edit @ 2 Mar 2011 13:25:17 by OXY:) Pangpond^^

10 วิธีคลายร้อนเเบบกวนๆ

posted on 28 Feb 2011 15:14 by pangpond51  in Diary
ช่วงนี้อากาศบ้านเราก็เริ่มร้อนขึ้นทู๊กวัน  เลยมีวิธีคลายร้อนมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ 

 

1. ใช้เย็นเตร็กซ์
(อ่ะ งงดิ งงดิ)

แผลสด แผลเปื่อย แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เป็นหนอง พุพอง ใช้เย็นเตร็กซ์ แค่ชื่อเย็น ก็มีผลกับจิตใจได้จริงๆ ไม่น่าเชื่อ .. เจ้าของเดียวกับ "โทนาฟ"

2. กินเย็นตาโฟ
ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อ.... งี้ ต้องลอง

3. อย่าเล่นกับไฟ
ไฟมันร้อน อีกทั้งการเล่นกับไฟเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยง แต่ถ้าต้องการหาอะไรมาเล่นจริงๆ แนะนำให้ช่วงนี้เล่นของสูงแทน อย่างที่รู้กันว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว การเล่นของสูงน่าจะช่วยคุณได้ (ยกเว้นกรณีการเล่นไฟเย็น ซึ่งแม้ไม่ช่วยให้เย็นขค้นแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้ได้ทำให้ร้อน)

4. กางๆ หุบๆ ร่ม
ตอนกางยังไม่เท่าใหร่ แต่ลงสังเกตตอนหุบร่ม จะมีลมเบาๆ ใต้ร่ม ถ้าอยากได้ลมแรงๆ ก็ต้องหุบร่มแรงๆ

5. งดใส่เสื้อแขนยาว เสื้อกันหนาว รวมถึงการใช้ผ้าพันคอ
แม้ ว่าแทรนจากลอนดอน แป..รีส หรือ นิวย๊อร์ค กำลังมาแรง แม้ว่าสวมใส่จะดูดี มีชาติตระกูล แต่จงอย่าลืมว่า คุณอยู่เมืองไทย ไทยแล่นด์ ที่เป็นเมืองร้อน ที่สำคัญ ฤดูร้อนเมืองเค้า บางทียังเย็นกว่าฤดูหนาวบ้านเราอีกนะ

6. ทานผงชูรสต่างข้าว
เชื่อกันว่า การกินผลชูรสมากๆ จะช่วยให้ผมร่วง และอาจถึงหัวล้านได้ในที่สุด ซึ่งจะช่วยคลายร้อนได้โดยไม่ต้องเสียเวลาตัดผมอีกต่อไป แต่ระวังอาการน้อยใจที่จะตามมาด้วยนะค๊า

7. ฟังเพลงของไอซ์ ศรัญญู
แค่ชื่อก็เย็นแว้วว ประกอบกับเสียงนุ่มๆ หน้าหวานๆ ของพี่ไอซ์ ที่แม้จะทำให้หัวใจของใครหลายคนต้องละลาย แต่เวลาได้ยินเพลงของพี่ไอซ์ทีไร เรากลับรู้สึกเย็นสบาย ไม่เหมือนใคร

8. เป็นทอง
จะได้ไม่รู้ร้อน

9. ก่อหนี้
ใครไม่เคยให้ลองดู แล้วจะรู้... level ความหนาวก็ไล่ไปตามความเก๋า ของสถาบันเจ้าหนี้ คิคิ..

10. อั้นขี้  (ขออภัย ที่ใช้คำมิสุภาพ)
ต่อ ให้อากาศจะอบอ้าวแค่ไหน เมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณจะยะเยือกจนขนลุก และขนลุก เป็นระลอกๆ  เกิดเป็นความหนาวแปลกๆ ชนิดหนึ่ง สันนิษฐานว่า อาการเช่นนี้เองที่เรียกกันว่า ..หนาวขี้!!

edit @ 28 Feb 2011 16:08:25 by OXY:) Pangpond^^

เลือกฉันสิ “ทีรามิสุ”

posted on 26 Feb 2011 12:54 by pangpond51  in Gallary
เลือกฉันสิ “ทีรามิสุ”

  

    

 
    ทีรามิสุ(Tiramisu) เค้กสไตล์อิตาเลียน อันมีความหมายว่า “เลือกฉันสิ” (Pick me up) เนื่องจากเป็นขนมหวานที่เรียกได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีให้กับคนกิน ด้วยส่วนผสมของเลดี้ฟิงเกอร์(ขนมหวานเนื้อแป้งเบา ลักษณะคล้ายนิ้ว) ชุ่มด้วยน้ำกาแฟเอสเพรสโซ่ หยอดด้วยเหล้ารัมเล็กน้อย แล้วละเลงด้วยครีมชีสมาสคาโปน   แต่งหน้าด้วยผงช็อกโกแลตหอมๆ ก็จะได้ขนมที่กินแล้วกระปรี้กระเปร่า แต่กับเพื่อนๆ ที่กลัวอ้วนอาจจะพากันขยาดเมนูนี้ เพราะครีมชีสที่มากเกินความจำเป็น
 
     ตำนานอันเป็นที่มาของทีรามิสุมีอยูหลายเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเป็นเรื่องของภรรยาที่อยากให้สามีของตนมีทั้งกำลังใจและมีแรงไปรบ เธอจึงได้นำขนมปังกรอบชุบลงในกาแฟเพื่อให้สามีติดตัวไป จะได้มีอะไรกินระหว่างเดินทาง ส่วนเรื่องที่สองก็เกิดจากเชฟคนหนึ่งที่เห็นว่าบิสกิตเก่าๆ ที่เหลือไว้ในห้องครัวดูไม่น่ากินเอาเสียเลย ก็เลยนำบิสกิตเหล่านั้นไปแช่ในเหล้าคาลัวร์แล้วนำครีมมาสคาโปนมาทาจนเกิด เป็นเมนูใหม่ที่ใครๆ พากันหลงรัก
 
    เมนูนี้จึงเป็นขนมที่ทำให้ได้ทั้งกำลังใจและพลังงาน  เพื่อนๆ ที่จะคิดจะลองชิมเมนูนี้ก็ต้องระวังตาค้างนอนไม่หลับนะ เพราะทีรามิสุมีส่วนผสมของกาแฟอยู่มากทีเดียว

edit @ 26 Feb 2011 14:34:57 by OXY:) Pangpond^^

 

พอดีไปอ่านเจอใน......(ไหนก้ไม่รุ..จำไม่ได้)  ขำๆดี  ลองอ่านกันดูนะ

เรื่องมีอยู่ว่า กระผมซึ่งได้โดยสารรถตู้ที่ทำการปรับแต่งอย่างดี
ด้วยการอัดทุกพื้นที่ให้เป็นเงิน จากรถตู้ที่จุได้ 12 คน
หลังจากModify แล้วทำให้สามารถจุคนได้เพิมขึ้นเป็น 15คนครึ่งอย่างน่าอัศจรรย์  
ทำไมต้อง 15 คนครึ่ง คำตอบก็คือ อีกครึ่งคนนั้นนั่งได้เพียงครึ่งตรูด โดนเบียดแบนแต๊ดแต๋อยู่ใกล้ประตู
ใครนั่งตรงนี้คงคิดน้อยเนื้อต่ำใจ กุก็จ่ายเท่าเขา ทำไมต้องได้นั่งครึ่งตรูด
ถ้าคิดชั้นครึ่งราคาชั้นจะไม่มาโอดครวญให้เปลืองน้ำลายเลย

เข้าเรื่อง.................

ผมนั่งรถตู้ไปราม และโชคดีที่ได้นั่งที่ที่ได้สาธยายมาแล้วข้างต้น และก็แอบคิดน้อยเนื้อต่ำใจไปแล้วด้วย
แต่นั่นยังซวยไม่พอ ข้างหลังเราอย่าไปสนใจ เพราะส่วนใหญ่นั่งฟังเพลงกันทั้งนั้น

มาว่ากันที่แถวของผม แถวที่เกิดปัญหา
แถวผมปกตินั่งได้สามคน แต่หลังจากเจ้าของรถตู้เห็นว่า ไอ้ที่เท่าหอยปลวกนั่น
สามารถทำเงินให้เขาได้ เขาจึงจัดไปอย่าให้เสีย สี่คน

คนแรกคือผม ซึ่งขอเรียกตัวเองว่า มนุษย์ผู้นั่งทับที่หอยปลวก
คนที่สองชายใส่แว่นที่ดูไร้พิษสง
คนที่สามสาวน้อยที่ปรุงแต่งตัวเองจนเกินมนุษย์มนา
คนที่สี่ แฟนหนุ่มของสาวน้อยที่เคลิบเคลิ้มไปว่าตัวเองคือ เต้ยจริญพร

บทสนทนาเริ่มต้นขึ้นทันทีที่ผมขึ้นไปนั่ง

"ทำไมต้องไปด้วย" น้องเต้ยงอน
"ไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว" ผู้ชายพูด
"จะรู้ได้ไงว่าไม่ได้เที่ยว" แน่ะ ยังเรื่องเยอะอีก
"ไว้ใจกันบ้างสิ เขาจะไปรักใครได้ ตัวเองน่ารักขนาดนี้" บ๊ะ ไอ่หนุ่มนี่ไม่เบาๆ ประโยคนี้ทำให้ผมต้องแกล้งเอียงขวาทำเป็นเมื่อยคอ เพื่อที่จะได้ยลโฉมน้องนาง

..................เมื่อพลันเห็นหน้าก็ต้องหันหน้ากลับมา ก้มหน้านิ่งพร้อมกับเกิดคำถามขึ้นในใจ

"ไม่รู้หล่ะ ยังไงก็จะไปด้วย" ยังไม่ยอม แหม...
"ไปไม่ได้ก็บอกว่าทำงานไง" ผู้ชายเริ่มหงุดหงิดน่าจะเถียงกันมาก่อนหน้านี้ แหม๊ เสียดาย น่าจะนั่งรถมอไซค์ขี่ย้อนไปสักสามสี่ป้าย จะได้รู้ปฐมบทของเรื่องนี้

น้องเต้ยนั่งสะดีดสะดิ้ง สะบัดไปมาหลุกหลิกๆ จนไปกระแทกผู้ชายใส่แว่นที่นั่งใกล้ๆ หลายทีจนพี่เขาเขยิบมาเบียดกุอีก

"เดี๋ยวก็ไปยุ่งกับอีเก๋อีกละสิ" หน้าเป็นตรูดและ น้องเต้ยมาในชุดขาสั้นสีเขียว เล็บสีเขียว นี่สังเกตุหมดนะนี่ แกล้งใส่หูฟังฟังเพลงไปอย่างนั้นแหละ แต่จริงๆ น่ะ ปิดเสียงตั้งแต่เถียงกันแล้ว 555

"เก๋ไหนอีกหล่ะ วันก่อนก็อุ้ม วันนู้นก็มิ้งค์" ผู้ชายว่า
"ก็บอลเจ้าชู้นิ มีแต่พวกผู้หญิงชอบมากาะแกะ" ผมแกล้งเหลือบไปมองอีกที
ก่อนจะหันมาก้มหน้านิ่ง คำถามที่สองเกิดขึ้นในใจ

"โอ้ย ผัวมรึงหล่อตายห่าแล้วหละ" เออ ผู้ชายเหมือนรู้ตัว ชักมันส์ๆ
"ทำตัวงี่เง่า" ประโยคที่หลายๆ คนคุ้นเคย

แล้วทั้งคู่ก็เถียงกันมาตลอดทาง จากแรกๆ เสียงกระซิบกระซาบ ตอนนี้เริ่มดังขึ้น

"เมิงขนของออกจากห้องกุเลยนะ" อันนี้ผู้หญิงว่า
"ห้องกุ" อ่าผู้ชายสวนไปสองคำ ผู้หญิงจุก เธอขยับตัวไปกระแทกพี่แว่นอีก
"ห้องมรึงแต่กูจ่ายค่าห้อง" เถียงกันดังขึ้นๆ

"เมิงมันเห็นแก่ตัว ทีจะเอากุนะบอกอย่างนู้นอย่างนี้ ถุย" อ่าว เธอถุยมาที่พี่แว่น ที่ตอนนี้นั่งจะขี่ผมอยู่แล้ว

"เบาๆ สิ อายคน" ผู้ชายเริ่มอายแต่ผมเริ่มมันส์ จริงๆ ผู้หญิงด่าอีกเยอะมาก เสียงดังบ้างเบาบ้าง ทำเหมือนกับในรถตู้ บนถนนลาดพร้าว กลางกรุงเทพ ในประเทศไทย ทวีปเอเชีย บนโลกนี้ มีแค่ม??นสองตัว!!!! (ขอโทษสำหรับคำหยาบครับ)

" อายทำไม จะอายทำไม หมาทั้งนั้น" นี่แหละประโยคเด็ด ผมอึ้งกิมกี่ไปเลย กล้าพูดออกมาได้ยังไง คนอื่นเขาจะรู้สึกยังไงไม่รู้ แต่ผมแค้น

" น้องครับ เป็นผู้หญิงน่ะ อย่าแล๋นให้มันมากนัก"  ทีนี้พี่ผู้ชายคนที่นั่งติดกับแม่นางก็พูดไป สงสัยพี่แกหมดความอดทน

"แล้วมายุ่งอะไรด้วย แฟนเขาทะเลาะกัน" ประโยคหากิน
"ทะเลาะกันพี่ไม่ว่า แต่พี่ว่า พวกพี่เป็นหมานี่มันไม่สวยนะ"
"ไม่ได้ว่าใคร ใครจะรับก็รับไป" ผู้หญิงแร๊ง  แต่ผู้ชายทำหน้าเอือม
"พี่ไม่อยากทำร้ายผู้หญิงนะ"

ตอนนี้บรรยากาศในรถเงียบกริบ รถติดแหง๊กอยู่ก่อนจะถึงโชคชัย4

"หน้าตัว ......เมีย" สุดยอดมั๊ยครับ คุณคิดกันบ้างมั๊ยว่าจะมีผู้หญิงแบบนี้อยู่ในโลก
พี่แว่น ฮีโร่ของผมผู้เป็นตัวแทนด้านมืดในจิตใจผม ได้หมดความอดทน

"ลงไป ลงไปให้หมด" คนขับรถตู้ไล่ สงสัยแกจะรำคาญ ผมทำหน้าแบ๊วสุดชีวิต ส่งสายตาไปหาพี่เค้า "หนูไม่เกี่ยวน๊า"

พี่แว่นแกเลยลงไป ก่อนจะดึงแขนน้องผู้หญิงลงไปด้วย ผมอ่ะซ๊วยซวย กระโดดลงแทบไม่ทัน

"เมื่อกี้ว่ายังไง หา" พี่แว่นตวาดลั่นเลย ดีที่ตรงนั้นไม่มีคน น้องผู้หญิงก็ทำท่ากวนๆ อ่ะนะ แฟนเขาก็โดนไล่ลงมาด้วย

ผมขึ้นมานั่งบนรถ แต่ด้วยความอยากรู้ จึงแกล้งเปิดประตูรถแอบฟัง คนทั้งรถตู้ที่ตอนแรกใส่หูฟัง ตอนนี้พร้อมใจกันถอดออกหมด 555

"ว่าไง  เมื่อกี้ด่าใคร" "ใครจะรับก็รับไปสิ" ทำหน้ากวนอีกเขาจะต่อยเอาแล้ว ผมงี้ หืออออออ
"มรึงอยากโดนดีใช่มั๊ย ห๊า" ประมาณนี้แหละ ไม่ค่อยได้ยิน แต่พี่แว่นเขาผลักน้องนั้นเซไปเลยอ่ะครับ น้องมันก็ตกใจ แต่ก็ยังกล้าอยู่
ยังจะพุ่งไปตบเขา แต่พี่แว่นแกง้างหมัดแล้ว  น้องมันเลยชะงัก แล้วก็ถอยไปเกาะแขนผู้ชาย ประมาณว่า "เฮ้ยช่วยกุหน่อยสิ"

แต่ขอโทษครับ จังหวะนี้พี่แว่นแกดุดัน เอาจริง แฟนหนุ่มหุ่นยังกับจิ้งจกโดนประตูหนีบสิบสองทีแบบนี้ไม่รอดแน่ๆ ถ้าโดนพี่แว่นเล่นงานน่ะ

"เรื่องของ มรึง กุเตือนแล้ว" โหว อย่างแมน คดีพลิก มันส์ยิ่งกว่าละคร ไทรโศก
ผู้ชายสะบัดแขนไร้เยื่อไย ก่อนจะโบกมอไซต์รับจ้าง แผ่นแน๊บทิ้งให้ผู้หญิงยืนงงเป็นไก่ตาแตก
"จะเอาไง ยังจะปากดีอีกรึป่าว" พี่แว่น
"............." ไม่พูดๆ กลัวๆ

"จะขอโทษดีๆ หรือจะขอโทษทั้งเลือดกลบปาก" พี่แว่น มีล๊อคอินในพันธ์ทิพย์มั๊ย 555
น้องเต้ยที่ตอนนี้ตัวคนเดียว ฤทธิ์เดชเลยลดลงฮวบฮาบ ทำหน้าเจื่อนๆ

ก่อนจะพูดขอโทษแบบขอไปทีอ่ะนะ ไอ้ขอโทษนะไม่เท่าไหร่
แต่ไอ้ที่ขำนี่ น้องเต้ยดันยกมือไหว้แล้วถอนสายบัวด้วยนี่สิ ขำอ่ะ สงสารก็สงสารนะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง
เมื่อกี้น้องก็ด่าพี่เสียสะดุ้งทีเดียว ในรถตู้ผู้หญิงก็ค่อนคัน แต่ไม่มีใครช่วยซักกะคน

รถตู้ค่อยๆ หมุนล้อไป ทิ้งคนทั้งคู่ไว้เบื้องหลัง ผมขยับมานั่งตรงกลาง
ที่นั่งด้านหน้าเป็นของเรา แอร์เต็มๆ ที่กว้างๆ นั่งไขว่ห้าง เคลิ้ม

ป.ล. เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ชาย (บางคน...ย้ำ...บางคน) พึ่งพาไม่ได้ไปเสียทุกอย่างหรอกนะจ๊ะ สาวๆ

6 สถานการณ์ที่น้องหมาจะเห่า


 
จาก การศึกษาวิเคราะห์และวิจัยจากหลากหลายสถาบันต่างประเทศที่ศึกษาเกี่ยวกับ สุนัขที่ได้ผลออกมาแล้วว่า 6 สถานการ์ที่น้องหมาของเราจะเห่านั้นและให้ความหมายต่าง ๆ กันออกไป เรียกว่าอยากจะสื่อสารกับมนุษย์เรา ๆ และเพื่อผลต่อการที่เรา ๆ จะเข้าใจน้องหมาด้วยเหมือนกัน มาดู กันดีกว่า

1. "เห่าเมื่อพบคนแปลกหน้า" แน่ ๆ แหง ๆ เราพบบ่อย ๆ ยิ่งใครไม่คุ้นขี่มอเตอร์ไซค์มา ของโปรดของน้องหมาเลย


2."เห่าขณะอยู่ระหว่างการต่อสู้"


3.เห่าเพื่อจะไปเดิน" อยากให้เจ้าของพาไปเดินว่างั้น


4.เห่าเพื่อเอาลูกบอล" หรือประมาณว่าอยากเล่นกับเจ้าของ


5."เห่าขณะเล่น" เมื่อเจ้าของเล่นกับน้องหมา


6."เห่า ขณะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว" อาจะเป็นเจ้าของผูกน้องหมาไว้กับต้นไม้และเดินออกไปจนน้องหมามองไม่เห็น หรือทิ้งให้น้องหมาอยู่บ้านตัวเดียว

อันนี้น่าสงสารจริง ๆ จะร้องโหยหวนเชียว

 
"ความหมาย" กับ "การเห่า"ของน้องหมา

สำหรับสุนัข การเห่า คือการสื่อสาร สังเกตได้ว่าในการเห่าแต่ละครั้งจะมีโทนเสียงที่ต่างกัน มีสั้นยาวไม่เท่ากัน รวมถึงความถี่และจำนวนครั้งที่แตกต่างกัน และนั่นก็เป็นคำพูดที่เขาต้องการใช้สื่อสารให้คุณรับรู้อีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพฤติกรรมของสุนัข ได้ทำการแยกประเภทและความหมายของเสียงเห่าแต่ละชนิดไว้ ดังนี้

การเห่าสั้น ๆ 2-3 ครั้ง

เป็นการทักทายกันยามปกติ...เช่นเมื่อคุณกลับเข้าบ้าน หรือเมื่อเจอกันตอนเช้าหลังตื่นนอน เป็นต้น
แปลความหมายได้ว่า.. "สวัสดีเจ้านาย"

การเห่าเป็นชุด ๆ ละ 3-4 ครั้ง แล้วหยุดเป็นระยะ

เป็นการชักชวนให้คุณมาดูอะไรบางอย่าง....
แปลความหมายได้ว่า..."มาดูอะไรนี่สิ"

การเห่าเร็ว ๆ ติด ๆ

เป็นการเตือนภัยว่าจะมีอะไรเข้ามาใกล้ หรือในเวลาที่หมาน้อยมองเห็น ได้กลิ่นของคนแปลกหน้า
มีความหมายว่า "ระวังนะ!!! กำลังมีอันตรายเข้ามาใกล้เราแล้ว..."

แต่ถ้าโทนเสียงต่ำ ๆ ติด ๆ ละก็มีความหมายว่า "อันตรายมาถึงแล้วนะ" หรือเป็นการขู่คนร้ายว่า "อย่าเข้ามานะ เดี๋ยวกัดเลย"

เห่าแล้วหยุด...เห่าแล้วหยุด ติดต่อกันเป็นเวลานาน

เป็นการบอกว่า "เหงาจัง" มาเล่นเป็นเพื่อนหน่อยซิ

การเห่าครั้งเดียวสั้น ๆ

หากคุณหรือใครอื่นกำลังยุ่งวุ่นวายกะเค้าอยู่แล้วมีการเห่าสั้น ๆ ขึ้นนั้น มีความหมายว่า "รำคาญนะ อย่ามายุ่ง อยากอยู่คนเดียว"

แต่ถ้าไม่มีใครวุ่นวายกะเค้าอยู่ละก้อ...มีความหมายว่า "อยากเข้าห้องน้ำ หรือหรือถึงเวลาให้อาหารแล้ว"

การเห่าติดต่อกันนาน ๆ

ถ้าเป็นลูกสุนัขไม่มีอะไรมากหรอก..เขาแค่ต้องการให้คุณอยู่ใกล้ๆ และสนใจตลอดเวลา ประมาณว่าออดอ้อนอะไรทำนองนั้น

การเห่ารัว ๆ และดังขึ้นเรื่อย ๆ

เป็นการบ่งบอกว่าเค้าตื่นเต้น และกำลังสนุกจริง ๆ
รูปภาพ น้องหมา รูปน้องหมา น่ารัก น่ากอด


รูปภาพ น้องหมา รูปน้องหมา น่ารัก น่ากอด





รูปภาพ น้องหมา รูปน้องหมา น่ารัก น่ากอด





รูปภาพ น้องหมา รูปน้องหมา น่ารัก น่ากอด


เมื่อ Facebook Shut Down 15 March 2011แค่ข่าวลวง

หลังจากที่ ข่าวลือ แพร่กระจายไปทุกประเทศทั่วโลก เกี่ยวกับ การปิดตัวลงของ Facebook.com

ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2011 นั้น.  ข่าวลือ ได้แพร่กระจายไปยัง Social Network

ต่างๆ เช่น Twitter, Facebook, Website ข่าว, Blog ส่วนตัว และ สื่อต่างๆ ทั่วโลก.  ทุกคน

ที่เป็น Fan Facebook และใช้งานอยู่เป็นประจำทุกวัน ต่างพากันตกอกตกใจ และพยายาม Download

รูปของตัวเอง ออกมาจาก website และบางคนถึงกับ ปิด account ตัวเองไปเลยก็มี

โฆษกประจำ Facebook ออกมายืนยัน  ” ข่าวนี้คือข่าวลวง “

” เราไม่ได้ แม้แต่ โน๊ต ซักชิ้นจากทางบริษัท ว่า Facebook จะปิดตัว วันที่ 15 มีนาคม นี้ 

และอันที่จริงแล้ว เรายังมี แผนการในอนาคตที่ต้องทำอีกเยอะมาก ” โฆษก Facebook

กล่าว.  Larry Yu ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารธุรกิจ กล่าวว่าต่อ เวปไซด์ Mashable ว่า 

” ไม่ เราไม่ปิดตัวอย่างแน่นอน และช่วยกรุณากำจัดข่าวลวงนี้ ไปที “.

อย่างไรก็ดี สำหรับ ข่าวลือนี้ทำทำให้ทุกคนเชื่ออย่างฝังใจ เพราะ ด้วยบุคคลิกของ Zuckerberg

เองที่อาจจะเคยได้ดูผ่านในภาพยนตร์เรื่อง “Social Network” และ ” False Report ” ที่แน่นหนา

จาก หลายๆ website ไม่ว่าจะเป็น เรื่องคำพูดจากการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ กับ Mark และ

มาร์คกล่าวว่า ” หากไม่มี Facebook ก็คงจะดี เพราะผู้คนก็จะสามารถออกไป เจอหน้าเพื่อนๆได้ “

ข่าวลวงนี้ มีต้นกำเนิดมาจากที่ไหน?

ข่าวลือเรื่อง Facebook ปิดตัวนั้นมีต้นกำเนิดมาจาก สำนักข่าว ที่มีชื่อว่า Weekly World News

ซึ่ง สำนักนี้มี ชื่อเสียง (เสีย) มาแล้วในอดีตเกี่ยวกับการปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับ มนุษย์ต่างดาวบุกโลก

และ ข่าวลือผิดๆ เกี่ยวกับดารา Hollywood. และ Weekly World News นั้น เป็นต้นกำเนิด ข่าว

ที่เกี่ยวกับ Zuckerberg ว่า FACEBOOK ทำลายชีวิตเค้า และตัดสินใจที่จะปิด Website ดังกล่าว.

ทีนี้หลายๆที่เป็นแฟนfacebookคนคงสบายใจได้แล้วนะคะ  เพราะfacebookจะไม่มีการปิดให้บริการอย่างแน่นอน(ก็แหม  ผู้บริหารได้เงินมากมายมหาศาลขนาดนั้น จะให้ปิดได้ยังไงกันล่ะ  จิงมั้ย.....Cool)

เลิฟ จุลินทรีย์ รักมันใหญ่มาก





รักมันใหญ่มาก

รักมันใหญ่มาก

รักมันใหญ่มาก

รักมันใหญ่มาก

รักมันใหญ่มาก

 

ในบางทีรักไม่เกี่ยง...รุ่น

หลาย ๆ ทีไม่ต้องรักมาก แต่ต้อง...ชัดมาก

บาที รักได้ก็ต้อง...รอได้

และถ้าคิดจะรักเพื่อน ก็ต้องยอมเสีย...เพื่อนรัก

เพราะความรัก...

มัน..ใหญ่..มาก

ฤดูร้อน... นี้ ความรัก..จะเป็นใหญ่

edit @ 22 Feb 2011 17:57:43 by 3PM Ne-ko Pangpond

เกาะกระแส iphone 5

posted on 21 Feb 2011 18:38 by pangpond51  in News

 

 
iphone 5




     กลายเป็นโทรศัพท์ที่ตกเป็น talk of the town มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ iPhone
จากแอปเปิ้ลที่เพิ่งจะมีกระแสว่าผู้ใช้ iPhone 4 ต้องออกมาโวยทั้งเรื่องสัญญาณและ
เรื่องนาฬิกาปลุกช้ากว่าเวลากันไปหมาด ๆ ล่าสุด ก็มีข่าวลือสะพัดวงการไอทีว่า iPhone
เตรียม เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ออกมาให้ยลโฉมกัน และดูท่าว่าจะเป็นเวอร์ชั่น
แก้ตัว ที่ทำออกมาชนิดที่เรียกว่าเต็มประสิทธิภาพเลยทีเดียว ส่วน iPhone รุ่นใหม่นี้
จะเรียกว่า iPhone 5 หรือ iPhone 4s นั้น ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางแอปเปิ้ลแต่อย่างใด

          แต่ไม่ว่าจะ iPhone 5 หรือ iPhone 4s ก็ตาม จุดที่น่าสนใจของ iPhone รุ่นใหม่นี้
ว่ากันว่า ได้รับการพัฒนาให้พิเศษกว่า iPhone รุ่นอื่น คือจะเน้นในระบบซิมการ์ดที่สามารถ
เชื่อมต่อกับเครือข่ายใด ๆ ก็ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแอปเปิ้ลได้จับมือกับบริษัทซิม
การ์ด Gemalto เพื่อออกซิมการ์ดชนิดพิเศษ ที่สามารถให้ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนผ่านอินเตอร์เน็ต
ตั้งค่าเครือข่ายโทรศัพท์ได้ทุกเครือข่ายตามที่ผู้ใช้ต้องการ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่มีบริษัท
ผลิตโทรศัพท์ที่ไหนเคยทำมาก่อน

          และนอกจากเรื่องของซิมการ์ดเลือกเครือข่ายใดตามใจผู้ใช้แล้ว แอปเปิ้ลก็ยังมีข่าว
ที่ทำให้แฟน ๆ iPhone ตกตะลึงกันอีกครั้ง เมื่อ มีข่าวออกมาว่าแอปเปิ้ลจะเพิ่มเทคโนโลยี
การสื่อสารไร้สายในระยะสั้น หรือ NFC  (Near Field Communication) เข้าไปด้วย ทำให้ผู้
ใช้สามารถเก็บข้อมูลและโอนถ่ายข้อมูลของเครื่อง Mac ไว้ในเครื่อง iPhone รุ่นใหม่นี้ได้ด้วย
ประหนึ่งกับว่า iPhone รุ่นใหม่นี้ เป็นเครื่อง Mac ที่ผู้ใช้พกพาไปไหนมาไหนได้ตลอดเวลา
นั่นเอง


  งานนี้รับรองว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า iPhone 4 เป็นไหน ๆ ส่วนใครที่กำลังวางแผนจะ
ซื้อ iPhone 4 เร็ว ๆ นี้ อดใจรอกันหน่อยก็ดี เพราะ iPhone 5 หรือ iPhone 4s นี้ มี
แพลนจะวางจำหน่ายภายในกลางปี 2011 นี้แน่นอนจ้า   ส่วนใครเปนสาวกiPhoneตัวจริง
เสียงจริง จะซื้อเรียบเลยก้ได้นะจ๊ะ ไม่ว่ากัน อิอิ!!